การทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่
การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ตามแนวทางปฏิบัติทางคลินิกล่าสุด
ความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่
ปัจจัยเสี่ยงหลักของมะเร็งเต้านมและรังไข่มาจากพันธุกรรมและประวัติครอบครัว โดยเฉพาะการมียีน BRCA1 และ BRCA2 ที่กลายพันธุ์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ 1, 2
ผู้หญิงที่มีญาติสายตรง (first-degree relatives) ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปที่เป็นมะเร็งเต้านม มีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อการเกิดมะเร็งรังไข่ โดยเฉพาะถ้าญาติได้รับการวินิจฉัยก่อนอายุ 50 ปี 3
ในแนวทางปฏิบัติทางคลินิกของ ESMO ปี 2020 และ 2023 ไม่มีการระบุว่าการทำเด็กหลอดแก้วหรือ ICSI เป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ 1
การตั้งครรภ์หลังการรักษามะเร็ง
สำหรับผู้ป่วยที่เคยเป็นมะเร็งและได้รับการรักษาแล้ว การตั้งครรภ์ภายหลังไม่ควรถูกห้ามด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย แม้แต่ในผู้ที่เคยเป็นมะเร็งเต้านมชนิด hormone receptor-positive 1
การตั้งครรภ์ในผู้รอดชีวิตจากมะเร็งควรได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรม 1
การป้องกันความเสี่ยงในผู้ที่มีประวัติครอบครัว
สำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูงต่อมะเร็งเต้านมและรังไข่เนื่องจากการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1/2 การผ่าตัดตัดรังไข่และท่อนำไข่ทั้งสองข้าง (RRSO) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยง 1
การผ่าตัด RRSO สามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งรังไข่ได้ 80-90% และลดอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้ถึง 77% ในผู้ที่มียีน BRCA1/2 กลายพันธุ์ 1
การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดอาจลดความเสี่ยงของมะเร็งรังไข่ได้ 40-60% แต่มีข้อมูลขัดแย้งกันเกี่ยวกับการเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมในผู้ที่มียีน BRCA1/2 กลายพันธุ์ 1
การเฝ้าระวังและตรวจคัดกรอง
สำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูง แนะนำให้ตรวจคัดกรองด้วยอัลตราซาวด์ช่องคลอดทุก 6 เดือนและตรวจ CA-125 ในเลือด แม้ว่าประโยชน์ยังไม่ชัดเจน 1
การตรวจคัดกรองควรทำในสถาบันที่มีประสบการณ์สูงและมีโปรโตคอลการตรวจที่เป็นระบบ 1
ข้อควรระวังและข้อแนะนำ
หากมีประวัติครอบครัวของมะเร็งเต้านมหรือรังไข่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและพิจารณาการตรวจทางพันธุกรรม 1, 4
ผู้ที่มียีน BRCA1/2 กลายพันธุ์ควรได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับทางเลือกในการมีบุตร รวมถึงการวินิจฉัยก่อนการฝังตัวของตัวอ่อน (Preimplantation Genetic Diagnosis) 1
ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) รวมถึง ICSI เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมหรือรังไข่ในประชากรทั่วไป 1
สรุป: จากหลักฐานทางการแพทย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี ICSI ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ปัจจัยเสี่ยงหลักยังคงเป็นเรื่องของพันธุกรรมและประวัติครอบครัว