Does Intracytoplasmic Sperm Injection (ICSI) increase the risk of breast cancer and ovarian cancer?

Medical Advisory BoardAll articles are reviewed for accuracy by our Medical Advisory Board
Educational purpose only • Exercise caution as content is pending human review
Article Review Status
Submitted
Under Review
Approved

Last updated: October 3, 2025View editorial policy

Personalize

Help us tailor your experience

Which best describes you? Your choice helps us use language that's most understandable for you.

การทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่

การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ตามแนวทางปฏิบัติทางคลินิกล่าสุด

ความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่

  • ปัจจัยเสี่ยงหลักของมะเร็งเต้านมและรังไข่มาจากพันธุกรรมและประวัติครอบครัว โดยเฉพาะการมียีน BRCA1 และ BRCA2 ที่กลายพันธุ์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ 1, 2

  • ผู้หญิงที่มีญาติสายตรง (first-degree relatives) ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปที่เป็นมะเร็งเต้านม มีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อการเกิดมะเร็งรังไข่ โดยเฉพาะถ้าญาติได้รับการวินิจฉัยก่อนอายุ 50 ปี 3

  • ในแนวทางปฏิบัติทางคลินิกของ ESMO ปี 2020 และ 2023 ไม่มีการระบุว่าการทำเด็กหลอดแก้วหรือ ICSI เป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ 1

การตั้งครรภ์หลังการรักษามะเร็ง

  • สำหรับผู้ป่วยที่เคยเป็นมะเร็งและได้รับการรักษาแล้ว การตั้งครรภ์ภายหลังไม่ควรถูกห้ามด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย แม้แต่ในผู้ที่เคยเป็นมะเร็งเต้านมชนิด hormone receptor-positive 1

  • การตั้งครรภ์ในผู้รอดชีวิตจากมะเร็งควรได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรม 1

การป้องกันความเสี่ยงในผู้ที่มีประวัติครอบครัว

  • สำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูงต่อมะเร็งเต้านมและรังไข่เนื่องจากการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1/2 การผ่าตัดตัดรังไข่และท่อนำไข่ทั้งสองข้าง (RRSO) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยง 1

  • การผ่าตัด RRSO สามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งรังไข่ได้ 80-90% และลดอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้ถึง 77% ในผู้ที่มียีน BRCA1/2 กลายพันธุ์ 1

  • การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดอาจลดความเสี่ยงของมะเร็งรังไข่ได้ 40-60% แต่มีข้อมูลขัดแย้งกันเกี่ยวกับการเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมในผู้ที่มียีน BRCA1/2 กลายพันธุ์ 1

การเฝ้าระวังและตรวจคัดกรอง

  • สำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูง แนะนำให้ตรวจคัดกรองด้วยอัลตราซาวด์ช่องคลอดทุก 6 เดือนและตรวจ CA-125 ในเลือด แม้ว่าประโยชน์ยังไม่ชัดเจน 1

  • การตรวจคัดกรองควรทำในสถาบันที่มีประสบการณ์สูงและมีโปรโตคอลการตรวจที่เป็นระบบ 1

ข้อควรระวังและข้อแนะนำ

  • หากมีประวัติครอบครัวของมะเร็งเต้านมหรือรังไข่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและพิจารณาการตรวจทางพันธุกรรม 1, 4

  • ผู้ที่มียีน BRCA1/2 กลายพันธุ์ควรได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับทางเลือกในการมีบุตร รวมถึงการวินิจฉัยก่อนการฝังตัวของตัวอ่อน (Preimplantation Genetic Diagnosis) 1

  • ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) รวมถึง ICSI เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมหรือรังไข่ในประชากรทั่วไป 1

สรุป: จากหลักฐานทางการแพทย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี ICSI ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ปัจจัยเสี่ยงหลักยังคงเป็นเรื่องของพันธุกรรมและประวัติครอบครัว

References

Guideline

Guideline Directed Topic Overview

Dr.Oracle Medical Advisory Board & Editors, 2025

Research

Breast cancer and ovarian cancer genetics.

Journal of long-term effects of medical implants, 2005

Professional Medical Disclaimer

This information is intended for healthcare professionals. Any medical decision-making should rely on clinical judgment and independently verified information. The content provided herein does not replace professional discretion and should be considered supplementary to established clinical guidelines. Healthcare providers should verify all information against primary literature and current practice standards before application in patient care. Dr.Oracle assumes no liability for clinical decisions based on this content.

Have a follow-up question?

Our Medical A.I. is used by practicing medical doctors at top research institutions around the world. Ask any follow up question and get world-class guideline-backed answers instantly.